รอคอยมันยาวนาน

Image

เรามีเรื่องราวมากมาย มีวันนี้ วันนี้ของเมื่อวาน เรื่องราวของเราที่แล้วมา เราอยู่ด้วยกันเสมอ อยู่ด้วยกันตลอด เพื่อน เราอยู่เป็นเพื่อนกัน เราผูกพันไว้ด้วยวันที่มีด้วยกันและวันนั้น เรากำลังจะไปแล้ว เดินทางกลับไปจากที่นี่ กลับคืนจากที่มา เราพูดคุยเรื่องการจากไป ฆ่าเวลา รอจนถึงกว่าที่จะไป เรือยังคงรอต่อไป จนกว่าผู้โดยสารที่ตกค้างจะมาถึง พวกเขาที่อาจล่วงเลยไปแล้ว พวกเขาที่สุดท้ายอาจ-ไม่มีวัน-กลายมาเป็นเรา ตอนนี้ เราที่นี่ เรารอคอย อีกหน่อย ก่อนที่จะรู้ว่า คอยไปก่อน รอต่อไป อีก ยังอีก—ยัง ไม่ ปล่อยเราไป ได้โปรด———

อีก-ฝั่ง

Advertisements

กลางดึกคืนหนึ่ง

Image

.

การตายมันคงเหมือนความรู้สึกที่ว่า: กลางดึกคืนหนึ่งที่เราถูกใครสักคนปุบปับจับมัดแล้วโยนลงไปในบึงร้าง การผลุบหายอย่างนุ่มนวลลึกลงไปข้างใต้ เบาสบายเหมือนได้ซบตัวลงบนเมฆดำหนาทึบอุ่น แต่แปลก – ไม่ว่าจะลืมหรือหลับตาในหัวก็ยังเห็นแต่ตะกอนฟุ้งอยู่มลังเมลือง บึงที่มีแต่จะจมดิ่งลึกลงไปในหุบเหวไร้ก้น การจมที่ตอนนี้เราไม่จำเป็นต้องหายใจอีกแล้ว รู้สึกเพียงว่าจวนเจียนจะหลับลึกลงไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่เคยเลย

.

เธอไม่รู้ว่าใครที่เธอกำลังจะเป็นในอีกไม่ช้า

.

ทำไมฉันถึงยกแรมบรังด์ไว้เหนือกว่า วางไว้ที่อื่น แยกไว้ต่างหาก?

ไม่มีความเป็นเรียลลิสม์เลย: สิ่งที่เขาวาดคือผู้หญิงที่ซ่อนอยู่ภายใต้การปรากฏตัวของบัทเชบา เขาวาดการชั่วขณะของล่วงผ่านไว้อย่างแม่นยำ ชั่วขณะที่เป็นประตูสู่นิจนิรันดร ในชั่วขณะที่เป็นนิรันดร

เขาวาดผู้หญิงที่ถูกประทับไว้ด้วยจดหมาย ดึงออกมานอกตัวเธอ และผู้ที่เขาเรียกว่า – เราเรียกว่า – บัทเชบา

เขาวาดดวงใจอันบอบช้ำของบัทเชบา เขาวาดความเข้มข้นที่บางเบาและรวนเรไม่มั่นคง

แรมบรังด์วาดความลับ: ร่องรอยของสิ่งที่พ้นไปจากเรา: เขาวาดสิ่งที่หนีพ้นจากเราไปอยู่ตลอดมา: สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น และสิ่งที่ข้ามพ้นจากเราไปในทันใด ทิ่มแทงเรา พลิกคว่ำเราให้กลับหัวกลับหาง รอด – พ้นไปจากภาพเขียน พ้นไปจากความนึกคิด และทิ้งเราเอาไว้ที่นั่น ให้เราเหนื่อยหอบ ชะงักงัน ถูกบาดลึก เขาวาดร่างกายที่ยังเหลืออยู่ อาจจะเป็นผิวหนัง หรืออาจจะเป็นศพ

ภาพวาดคือสถานที่ของการล่วงผ่าน

.

และเพื่อที่จะวาดภาพนี้ เราจะต้องตาย

เขาวาดเหมือนเป็นคนตาย เหมือนกวี เป็นเหมือนคนตาย

เห็นไหมว่าทำไมฟาน ก็อกฮ์ ถึงแยกแรมบรังด์ไว้ต่างหาก วางเอาไว้ที่อื่น:

“– ลึกซึ้งเหลือเกิน ช่างเป็นความรู้สึกที่สูงส่งอะไรอย่างนี้นะ เราต้องตายไปอีกครั้งเล่าถึงจะวาดให้ได้อย่างนี้ ”

“แรมบรังด์ทะลุผ่านเข้าไปไกลเหลือเกิน ไปสู่ความลึกลับที่เขาบอกว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีภาษาใดสามารถถ่ายทอดออกมาได้ เราคงพูดถึงแรมบรังด์ได้แต่เพียงว่า: ผู้วิเศษ…. นี่เป็นงานศิลปะที่ไม่ง่ายเลย” (Correspondence, p. 123)

งานศิลปะของความตายนั้นไม่ง่าย มันหมายความว่าอย่างไร?

ลองยกตัวอย่าง: แรมบรังด์ไม่ได้วาดบัทเชบาด้วยความกระหายของแรงปรารถนา แต่เขาวาดด้วยความรักในมนุษย์และความมหัศจรรย์ของการมีชีวิตอยู่ ความพิศวงอย่างลึกซึ้ง ปีติที่ปราศจากความยิ่งใหญ่ จนเกือบเป็นศรัทธาอันแรงกล้าก่อนที่จะมาเป็นงานสร้างสรรค์ชิ้นนี้: การมีอยู่ของมนุษย์ ไม่มีอะไรสูงส่ง ไม่มีอะไรที่พิเศษ ความงดงามอันลุ่มลึกของความธรรมดา แล้วอะไรที่น่าอัศจรรย์: การเปลี่ยนรูปตามธรรมดา: คนเหล่านี้ถูกทำให้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เวลาหมุนไป และไม่ใช่เพียงแค่เวลา ทุกสิ่งวาดเราอยู่ไม่จบสิ้นจากข้างใน สายลมและสาส์นทั้งหมดมาเคาะยังประตูสู่หัวใจ และวาดขึ้นจากข้างในความทุกข์ทนอันร้อนรนกระวนกระวายที่เราเรียกว่าวิญญาณ (วิญญาณ, ความทนทานที่จะเจ็บปวด ซเวตาเยวากล่าว)

นั่นคือสิ่งที่เอ่อท้นอยู่ในบัทเชบา จดหมายที่หลั่งรินสู่ร่างกายของเธอ อวัยวะของเธอ สมองของเธอ และไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเธอ ใบหน้าของเธอ คิ้วของเธอ จากข้างใน

เธอฟังสิ่งนี้: การเปลี่ยนรูปในร่างกายเธอ มันยังใหม่อยู่ เคลื่อนไป ชั่วแล่น เธอไม่รู้ว่าใครที่เธอกำลังจะเป็นในอีกไม่ช้า

ข้ามพ้น

ข้ามพ้น, นักบุญมัทธิวก็ด้วยหรือ? ติดตรึง เงยหน้าขึ้น รอฟัง

เขาวาดให้เราเปลี่ยนการฟังตัวเองไป

แง่นึงเขาวาด

ความเงียบ

อันหนักหน่วง

ของบัทเชบา

อีกแง่นึงเขาวาดเสียงที่ทำให้เกิดเป็นการเขียน

–  เสียง  – จะวาดเสียงยังไง?

–  ก็เราไม่เห็นเสียง

แรมบรังด์วาดเสียงที่เราไม่อาจเห็น

….วาดสิ่งที่เราไม่อาจเห็น

….เห็น?

….วาดสิ่งที่เปล่งเสียงอยู่ข้างใน…

………….คำนี้        ทูตสวรรค์

.

.

ฉันดูภาพ นักบุญมัทธิวและทูตสวรรค์ (Saint Matthew and the Angel)

ที่ฉันชอบคือ: ความใกล้เคียงกับการไม่เห็น

และมือที่วางบนไหล่ มือของเสียง เพราะความลึกลับของเสียงคือสิ่งนี้: นั่นคือมันที่สัมผัสเรา และทูตสวรรค์องค์นี้ก็ด้วยที่ชิดใกล้เข้ามาเหลือเกิน เป็นเนื้อหนังเหลือเกิน – องค์ที่มีเพียงหัวและมือเดียว (ร่างกาย…. เรานึกถึงมัน) ทูตสวรรค์, ฉันหมายถึงเสียง ร่างกายที่เป็น:  “การยืนเขย่งบนปลายเท้า” มันคือความตึงเครียด ไปยังหูที่เรามุ่งไป

.

.

แรมบรังด์วาดสิ่งลี้ลับนี้ที่ทำให้ร่างกายเคลื่อนไป: สภาวะของการสร้าง การเขียน การนึกคิดนั้นดำรงอยู่ในสภาวะของการอคอยสิ่งที่ยังมาไม่ถึง แต่ป่าวร้องว่าตัวมันเป็น – การป่าวประกาศและสิ่งที่ใกล้เข้ามา – พลังแข็งที่แกร่งกว่าตัวฉันซึ่งเกิดขึ้นข้างหลังฉัน และ – ฉันเดาว่า – การวาดก็เหมือนกัน ที่มีทูตสวรรค์อยู่ตรงไหล่และดวงตาของคุณที่คอยฟังแต่มองไม่เห็น

.

.

นี่เป็นท่าทางเดียวกับภาพการครุ่นคำนึงของนักปรัชญา (Philosopher Meditating) นักปรัชญาคือ “การฟัง” เขาไม่ใช่อะไรอื่น แต่เป็นหู ทั้งหมดคือการได้ยิน เบือนหน้าจากแสงเพียงเล็กน้อย หันจากหนังสือ – และหันไปจากทรวงอก ดังนั้นจึงชี้ไปที่ปาก – หูที่ซ่อนเร้น….

“การครุ่นคำนึงของนักปรัชญา” คืออะไร?

เปลือกหอยอันหม่นมัว

การครุ่นคำนึงเกิดขึ้นที่ขั้นสุดท้ายของบันได

.

– Hélène Cixous, Bathsheba or Interior Bible

เหม่อลอย, เธอจ้องใจลอยไปจากเรา



.

เธอไม่ได้มองมาทางเรา เธอคือคนเหล่านั้นที่จะไม่มองเรา ฉันต้องการจะบอกว่า: ผู้หญิงพวกนั้น บัทเชบา, มารี, เฮนดริกจฺไม่ได้มองมาทางเรา ไม่ได้สิ้นชีวิต (พูดอีกอย่างนึงคือ ฝัน พูดอีกอย่างได้ว่า จากไป) เพื่อที่จะมองดูเรา

พวกเธอถอนตัว พวกเธอจากไปอย่างช้าๆ ความนึกคิดพาพวกเธอไปยังที่ที่ไม่รู้จัก ไกลออกไป เราได้ยิน – อย่างแผ่วเบา – เสียงเพรียกจากที่ไกลแสนไกล –

และเรามองไปยังพวกเธอ เราเห็นความคิดกำลังกล่าวลา เราเห็นความคิด มันคือภาพพอร์ตเทรตของความคิดที่เป็นไปตามประสงค์ของแรมบรังด์ ความคิดไม่ใช่นักคิดที่นั่งครุ่นคิดอยู่อย่างหนักหน่วง มันผ่านไป อยู่ข้างใน ร้อนรนกระสับกระส่าย ร่อนเร่ไป มันเป็นคนอื่น คนแปลกหน้า

เขาวาดคนอื่น คนแปลกหน้าในตัวฉัน ในตัวคุณ

ทันใดนั้นเราได้กลายเป็นคนแปลกหน้า เป็นคนอื่นในตัวเราเอง เราแยกออกจากตัวเราเอง เราสูญเสียตัวเราไป จากการเห็นก็เช่นกัน

เขาวาด เขาคว้าจุดของการจากลา โมงยามที่ชะตากรรมได้คลาดไปจากสายตาเรา

ทุกสิ่งดูเหมือนคุ้นเคย แต่ความแปลกหน้าก็ได้เอ่อท้นขึ้นในดวงตาเรา เหมือนน้ำตา มันคือเธอคนนั้นที่จากไปแล้ว เธอคนที่ชื่อว่าบัทเชบา แต่ร่างกายยังอยู่ นั่นเป็นร่างกายมากกว่า มีเลือดเนื้อมากกว่า ซึ่งหนักกว่าร่างที่อยู่ตรงนี้ ตอนนี้เธอ – บัทเชบาอยู่ที่อื่น

ใบหน้าคือการร่อนเร่เดินทางไป: อาณาจักรแห่งความเงียบอันไพศาลในภาพเขียน

.

หญิงเปลือยคนหนึ่งนึกตรึกตรอง “ร่างกายที่นึกคิด”

แง่หนึ่ง ความนึกคิดยิ่งขับเน้นความเปลือย: เปลือยการเปลือย เปลือยการไม่-คิด ไม่-ใส่ใจที่จะไม่-รักษาเอาไว้ มอบไว้ให้

(หญิงเปลือยคิดเรื่องอะไร – ชำเลืองหรือจ้องมองความสัมพันธ์แนบแน่นกับร่างกายของเธอเองที่ตลอดมาไม่เคยใส่ใจเลย เหมือนกับผ้าคลุมหน้า เมื่อใดที่ฉันเปลือยกาย ฉันจะไม่มองดูตัวเอง ฉันจะชำเลืองดูตามความเคยชิน ( – การชำเลืองมองของคนอื่น ของคุณ/ฉัน มองมาที่ฉัน) – แต่ไม่ บัทเชบาไม่ได้มองดูร่างกายเธอ เธอไม่ได้อยู่ตรงหน้าตัวเธอเอง เธอไม่ได้อยู่ตรงนี้ เธอจากไปแล้ว ไปอยู่หลังเปลือกตาของเธอ

อีกแง่หนึ่ง คนที่นึกคิดอยู่ข้างหน้าเราได้ทอดทิ้งเราไว้: เราคลาดจากเธอแค่นิดเดียว เธอคนที่ (มีอยู่ตรงนี้แค่น้อยนิด) หายไป

เหม่อลอย, เธอจ้องใจลอยไปจากเรา

เขาไม่ได้เขียนภาพที่มีประเด็นสำคัญทางประวัติศาสตร์ (ที่พูดถึงกันในสมัยนั้น) เขาวาดความคิด…”  (Roger de Piles, 1699, Paris)

เขาวาดความนึกคิด การหายไปจากร่างกายนี้ การบอกลาด้วยวิญญาณซึ่งละทิ้งร่างกายที่เงียบร้างเหมือนสุสาน เราคิดว่า: เราจากลากันเป็นครั้งสุดท้าย

.

– Hélène Cixous, Bathsheba or Interior Bible

บัทเชบา – ผู้หญิงคนนี้เธอจะไม่ลุกชูชัน

.

.

ดูสิว่า มีองศาไหนที่ไม่เกี่ยวกับ ‘การเปลือย’

ฉันต้องการสาส์นลับจากเธอ

หญิงเปลือยคนนี้ไม่ได้เปลือย

เธอไม่ได้ถูกทำ – ไม่ได้ถูกวาด – ให้เปลือย เป็นเธอแน่นอน – บัทเชบา เธอที่เราเห็น เธอที่เราไม่ควรได้เห็น เธอผู้ถูกรับรู้ว่ามี จากที่แสนไกล

เธอคนที่เราเห็นไม่ใช่วัตถุของมนุษย์

ไม่ใช่วัตถุแห่งความปรารถนาและเหตุฆาตกรรม

ที่จริงแล้วเธอคือบัทเชบา

การเปลือยที่ไม่เปลือย ไม่ได้เปิดเปลือย ไม่ได้เปลือยเปล่า แต่เป็นลักษณะเฉพาะของความพิสุทธิ์

บัทเชบาโดยสมบูรณ์ ไม่มีผู้ชาย เรามองว่าเธอเป็น ‘ดาวิดกับนางบัทเชบา’ ไปได้ไหม? (ชื่อบัทเชบาทำให้เรานึกถึงดาวิด – แต่ไม่ใช่สำหรับผู้หญิงคนนี้ คนที่นั่งอยู่ที่นี่ ไม่เลย)

(ฉันพูดถึงความดำมืดและที่ไม่ใช่: สีดำ ความดำมืดที่ไม่ใช่สีดำ มันเป็นสีแดงในเฉดเข้มที่สุด เลือดลึกลับของสีแดง มีสีดำอยู่หลายสี… มีถึงยี่สิบสี่, พวกเขาว่าอย่างนั้น)

ฉันบอกว่า “ไม่มีผู้ชาย” ฉันหมายความว่าไม่มีผู้ชายที่ “มองเห็น” ได้ ฉันหมายถึงไม่มีผู้ชายภายใน ข้างในตัวเธอ ไม่มี… การสอดใส่ ไม่มีการแข็งตัว ผู้หญิงคนนี้เธอจะไม่ลุกชูชัน

(แล้วแรมบรังด์ล่ะ? – อา! เพศของแรมบรังด์ – เพศของแรมบรังด์เป็นเมทริกซ์)

.

.

– Hélène Cixous, Bathsheba or Interior Bible