Courbet_LAtelier_du_peintre

ความตาย–ชั่วขณะแห่งการเร่งรุดอันแน่วแน่มิอาจต้านทาน ชั่วขณะอันกระจ่างชัดเจนทำให้เรามองเวลาอย่างปราศจากอคติ ช่วงต่างยุบลงในระนาบเดียว การนึกถึงบุคคลผู้โศกเศร้าในเบื้องหลังจึงมิใช่การคำนึงถึงอนาคตที่คาดหวัง ความตายของเราเราจะไม่เสียใจเลย การร่ำไห้ของพวกเขาจึงไม่ได้เกี่ยวกับเรา พวกเขาร่ำไห้แก่การสูญเสียของตัวเอง พวกเขา-ผู้มีชีวิต-พยายามสะกดรอยติดตามเรามา แล้วพวกเขาก็หลงทาง เราเองก็เคยเป็น แต่ตอนนี้เราได้กลายมาเป็นผู้จากไกล ความแน่วแน่ชัดเจนที่เราเองก็บอกไม่ได้กำลังบิดเกลียวเขม็งขึ้นตรึงเราคว้างสู่จุดสูงเสียดยอด อาการสะลึมสะลือและตกวูบ แล้วการตายไปก็เป็นเพียงแค่การนอนหลับสบาย

Blindman's Buff - Clarence H White

เด็กๆนี่ยังไงก็น่ารัก เด็กคนนี้กำลังจะหลับแล้ว คงเล่นซนมาทั้งวัน เรี่ยวแรงก็คงจะหมดไป แม้เด็กจะพยศ ยังไงก็น่ารัก สุดท้ายก็จำนนอยู่ในอ้อมแขนเรา มีใครไม่ชอบเด็กๆที่เรียกร้องเอาอะไรด้วยหรือ หนูคนนี้ถูกจับแต่งตัวสวยเชียว ลูกของฉันฉันจะแต่งให้ยังไง… คงเป็นสิ่งนี้แหละที่ทำให้เรายังรู้สึกว่าขาดอะไรไปบางอย่าง ที่จริงเราก็พร้อมตั้งนานแล้ว เขาคิดมากเกินไป ลูกของเรา ฉันว่ามันน่าจะทำให้เรามีความสุข เราจะได้ไม่เงียบกันเกินไป เสียงหัวเราะใสๆ หรือแม้แต่เสียงร้องไห้ อย่างน้อยก็จะได้ไม่เงียบกันจนเกินไป จะได้อุ้ม ได้กอด ได้หอม ได้รักกัน เด็กๆนั้นใสซื่อ แค่ได้เห็นพวกเขาก็สุขใจแล้ว เด็กๆที่พูดเจื้อยแจ้วไม่เดียงสา ฉันจะเอาใจพวกเขายังไงดี ฉันจะมีความรักให้พวกเขา พวกเขาเติบโตขึ้นทุกวัน แล้ววันหนึ่งพวกเขาก็จะไม่เป็นเด็กอีกต่อไป แต่เขาก็เป็นลูกของเรา น่าเสียดาย เด็กๆโตขึ้นมาแล้วน่าจะตายไป ไม่ได้ เขาน่าจะโตขึ้นมาแล้วยังเป็นเด็ก แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็จะจากไป ฉันจะกลายเป็นพ่อแม่ของผู้ใหญ่คนหนึ่ง คนที่เท่ากับฉัน เด็กของฉันจะไม่ใช่เด็กคนนั้นอีกต่อไป แต่เป็นผู้ใหญ่คนนี้ พวกเขาจะรักฉันอย่างมารดาผู้ให้กำเนิด ตอนนั้นฉันจะกลายเป็นใคร แม่ของพ่อแม่คนหนึ่ง ลูกหลานที่กลับมาหา เติบโตขึ้นมา แล้ววันหนึ่งก็จะจากไป เขาก็คงคิดอย่างนี้  แม้เราจะมีเขาอยู่ได้แค่ชั่วเวลาหนึ่ง แต่มันก็เกินจะหักห้ามใจจริงๆ หนูคนนี้หลับแล้ว เด็กได้หลับไปแล้วจริงๆ หลับไปในเวลาเย็น คงกำลังฝันเหมือนดอกไม้ยามเย็นที่รุ่งเช้าจะคืนมาด้วยการแย้มบาน วัยเยาว์อันหอมหวาน ความงามอันน่าดื่มด่ำ ฉันควรจะได้บ้างใช่ไหม ฉันอยากมีความสุขบ้าง

จาก บนลำเรือที่มุ่งไปสู่อีกฝั่งหนึ่ง

DWBJWCopQmhvr1xjH0d533nio1_500

ฉันจะคิดให้สมจริงเพื่อแสดงให้สมจริงเพื่อที่จะเขียนได้สมจริง

ความรัก

กันยายน 30, 2009

kryntaconis re

ครั้งนั้นฉันได้ผ่านไปยังตลาดนัดสัตว์เลี้ยง แว่วเสียงฝูงเด็กเล็กๆเจื้อยแจ้วมาแต่ไกล“คุณแม่ คุณแม่ คุณแม่คะ” เมื่อฉันหันไปยังที่มาของเสียงก็พบผู้หญิงคนหนึ่งถูกห้อมล้อมไว้ด้วยบรรดาลูกๆ เด็กๆพวกนั้นพากันจับมือแล้วร้องเพลงเห่ระบำไปรอบๆตัวเธอที่เป็นศูนย์กลาง หลังจากได้พยายามควบคุมให้เด็กๆเป็นไปดังใจแต่ก็ไม่สำเร็จ เธอจึงยืนอยู่เฉยๆ ความเหนื่อยของเธอนั้นเกินกว่าที่จะทานทน บางทีอาจเป็นเพราะเธอยังบอบบางเกินกว่าที่จะมีลูกดกมากเกินไป ความสาวอย่างที่ควรจะเป็นจึงถูกพรากไป เธอดูฝืน แต่ก็ดูเหมือนเธอก็พึงใจกับการได้ยิ้มให้กับความยินยอมในการแบกรับภาระอันใหญ่หลวงนี้

เมื่อเด็กๆหมดสนุกกับการได้เริงระบำก็ชวนกันหันกลับมาชี้ไปทางนู้นทางนี้ พลางถามด้วยความสงสัยที่ไม่เห็นว่าจะมีวันเหือดหาย เธอมองไปทางซ้ายทางขวาด้วยอาการของคนที่รออยู่ แต่แล้วบรรดาลูกๆก็ฉุดแขนและจูงให้เธอเดินเข้าไปใกล้กระจกของร้านขายสัตว์เลี้ยง เด็กๆดูตื่นเต้นเมื่อเห็นสัตว์ในกรงพลางถามนู่นถามนี่เข้าไปอีก ขณะที่สัตว์นอนหมอบด้วยความป่วยในกรงแคบๆนั้น เด็กๆก็กระโดดโลดเต้นไปมา กระโดดเข้าหาพวกเดียวกันบ้าง ขยับแข้งขยับขาให้เพลงของตัวเองบ้าง ฉันยืนมองเด็กพวกนั้นอยู่เนิ่นนานจนสังเกตได้ถึงความเหมือนไม่มีที่ติของพวกเธอ ตอนนี้ฉันไม่สามารถแยกแยะได้เลยว่าเด็กคนไหนคือคนไหน แล้วใครคนหนึ่งในหมู่เธอก็เป็นคนแรกที่วิ่งเข้าหาแม่ของพวกเธอ จากนั้นบรรดาเธอที่เหลือก็กรูกันเข้าไปสมทบจับที่ตัวแม่อีก เอาแต่รบเร้าที่จะให้นำพากันกระเถิบเข้าไปข้างใน แล้วแม่ของเด็กๆก็ต้องยินยอมอย่างเสียมิได้

ในที่สุดเด็กๆก็ได้เข้าไปถึงร้านขายสัตว์ เจ้าของร้านก็เปิดกรงขังด้วยอารมณ์ที่เบิกบาน บรรดาสัตว์ทั้งหลายถูกทยอยอุ้มออกมาจากกรง เด็กๆก็ไม่ต้องรอคอยที่จะโอบอุ้มอีกต่อไป สัตว์เลี้ยงถูกอุ้มไว้ด้วยความเอ็นดู ถูกปลุกปลอบและเอาอกเอาใจด้วยหัวใจอันสดใส แม้บรรดาสัตว์ป่วยๆเหล่านั้นจะหายใจเอากลิ่นสาบๆออกมา แต่เด็กๆก็ไม่ยี่หระ แม้จะได้ยินเสียงหายใจดังครืดคราดดังราวกับได้นั่งอยู่ในปอด พวกเด็กๆก็ไม่เดียงสา เด็กๆพากันอวดสัตว์ของตน แล้วบอกว่าของใครเก่งกว่าใคร ลูกสาวบางคนค่อยๆวางลูกหมาตัวผอมๆลงที่มุมหนึ่งของร้านและไม่รีรอที่จะพาตนลงนั่งเล่น ด้วยความเคลิบเคลิ้มลูกสาวอีกคนหนึ่งก็กล่าวขึ้น “คุณแม่ คุณแม่คะ หนูรักลูกหมาจังค่ะ ถ้าหนูโตขึ้นหนูจะเปิดร้านขายลูกหมานะคะ” เธอเอียงคอลูบหัวหมาไปพลางแล้วกล่าวต่อไป “คุณแม่ว่าลูกหมาชอบทานอะไรมากที่สุดคะ…” เธอยิ้มและยื่นหน้าเข้าไปใกล้ลูกหมาแล้วทำหน้าส่ายๆ ลูกสาวอีกคนนั้นชูลูกหมาขึ้นไปบนอากาศด้วยท่าทางอย่างผู้มีชัยแล้วนำเข้ามากอด ชูขึ้นไปบนฟ้าแล้วนำเข้ามากอด ชูขึ้นไปบนฟ้าแล้วนำเข้ามากอดอยู่นั่น จนลูกหมาทนกับความวูบๆนั้นไม่ไหว มันจึงอ้วกออกมาด้วยท่าทางซึมๆ และแทบจะทันทีที่มันถูกโยนทิ้ง ลูกหมาหล่นกระแทกลงที่พื้นแล้วร้องครางออกมาด้วยเสียงระโหย เจ้าของร้านรีบเดินไปจับมันขึ้นมาเอาผ้าเช็ดๆแล้วจับยัดใส่กรงขังตามเดิม ก่อนที่เด็กคนนั้นจะร้องออกมาได้ เจ้าของร้านก็รีบจับลูกหมาป่วยๆตัวใหม่ออกจากกรงมายื่นให้ เด็กคนนั้นจึงคิดต่อไปได้เลยว่าจะเล่นเกมส์แต่งตัว

เธอต้อนลูกๆออกจากร้าน แต่ก่อนที่จะได้ออกไปจริงๆ เด็กๆก็พากันร้องจะเอาลูกหมา ผู้เป็นแม่เห็นดังนั้นก็พยายามต้อนให้สำเร็จโดยเร็ว พอได้ก้าวออกมาจากร้านเท่านั้น เด็กๆก็พากันวิ่งไปทางนู้นทางนี้โดยไม่ร้องงอแงอะไรอีก เมื่อเด็กๆวิ่งไปไกล ก็เป็นเธออีกนั่นแหละที่ต้องคอยตามไปจับเด็กๆมาประดับไว้รอบๆตัว ระหว่างที่เธอมัวสาละวนอยู่กับการรวบรวมลูกๆให้เข้ามาอยู่ในรัศมีวงกลมที่ได้วาดไว้ สามีเธอก็มารับ เธอปล่อยให้ลูกๆวิ่งไปหาผู้เป็นพ่อ เขาดูสูงวัยกว่าเธอมากนัก เด็กๆพากันไปขี่คอและจูงมือจูงไม้นำหน้าให้พ่อเดินทางกลับ แล้วเธอก็ค่อยๆเดินตามพวกเขาไป

บนรถยนต์ระหว่างทางกลับบ้าน เด็กๆก็ช่วยกันคิดว่าจะหาอะไรเล่นดีจึงช่วยกันรื้อนู่นรื้อนี่ไปเรื่อย แม่ของเด็กๆได้หลับไปแล้วด้วยความอ่อนเพลีย ส่วนพ่อของเด็กๆก็เอาแต่ยิ้มในขณะที่ขับรถ ยิ่งเด็กๆวุ่นวายและส่งเสียงกันมากเท่าไหร่ก็ดูเหมือนเขาจะเป็นสุขมากขึ้นเท่านั้น ลูกสาวคนหนึ่งคว้าอัลบั้มรูปจากลิ้นชักออกมาได้ ลูกสาวคนอื่นๆเห็นดังนั้นก็พากันทิ้งของที่อยู่ในมือทั้งหมดแล้วเข้ามารุมเจ้าอัลบั้มรูปนี้ด้วยความตื่นเต้น เด็กคนที่ถืออัลบั้มรูปอยู่ในมือก็ถือโอกาสเปิดไปที่หน้าแรก ปรากฎภาพถ่ายของพ่อกับบรรดาลูก “คุณพ่อ คุณพ่อคะ รูปนี้นี่เราเคยถ่ายกันเมื่อไหร่เหรอคะ” ลูกสาวคนหนึ่งถามขึ้น ผู้เป็นพ่อหัวเราะและตอบโดยที่ไม่ต้องหันกลับมามอง “นั่นไม่ใช่ลูกๆหรอก” ลูกสาวอีกคนหนึ่งแย้ง “แต่นี่มันรูปพวกหนูกับคุณพ่อนี่คะ” ลูกสาวคนต่อมาเบะปาก “คุณพ่อโกหก!”ต่อเนื่องด้วยลูกสาวคนถัดมา “บอกความจริงมาเดี๋ยวนี้นะคะคุณพ่อ!” เขาระเบิดหัวเราะออกมาด้วยอารมณ์คึกคะนองแล้วหันกลับมาพูดกับลูกๆ “คนในรูปนั้นคือพี่ๆของลูก” ลูกสาวคนหนึ่งรอรอจังหวะนี้อยู่แล้วจึงโต้ขึ้น “แต่พวกหนูไม่มีพี่นอกจากพวกหนูกันเองนี่คะ” “ใช่จ้ะ” เขาพูดอย่างอ่อนโยน “เด็กๆในนั้นคือลูกของพ่อ ลูกๆทุกคนคือลูกของพ่อ พ่อมีแฟนเยอะ แม่ของลูกก็เป็นแฟนคนหนึ่งของพ่อ ลูกๆก็เป็นลูกของแม่กับพ่อ” พอได้ยินดังนั้นลูกคนที่ถืออัลบั้มรูปอยู่ในมือก็ปิดอัลบั้มลงทันที “หนูโกรธ!” “ฟังก่อนลูก ฟังพ่อก่อน” ลูกอีกคนหันหน้าไปข้างๆแล้วแสดงท่าทางเหมือนอยากอ้วก “แหวะ!” พ่อของเด็กๆละมือจากพวงมาลัยแล้วหันกลับไปลูบหัวลูกสาวคนนั้น “ช้าก่อนๆ คนดีของพ่อ” เขาปลอบ “พ่อมีลูกเยอะๆไม่ดีหรือไง ลูกๆจะได้ไม่เหงา” ลูกสาวคนนี้เลิกบึ้งตึงอย่างง่ายดายแล้วพยักหน้าให้ “ค่ะ…คุณพ่อ” เห็นดังนั้นเขาจึงหันกลับไปขับรถต่อ “พ่อชอบให้แม่มีลูกเยอะๆ พอแม่มีลูก แม่ก็จะรักพ่อ พอแม่รักพ่อ แล้วพ่อก็จะรักลูก” จากนั้นลูกๆก็พากันบ่นว่าคุณพ่อนี่เจ้าชู้นัก เขาได้ยินแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ได้แต่ยิ้มออกมาและขับรถต่อไป แต่เสียงเงียบไปได้พักเดียวเท่านั้น เพราะลูกสาวคนหนึ่งถามด้วยความสงสัยว่า “คุณพ่อ คุณพ่อคะ พี่ๆพวกนั้นทำไมหน้าเหมือนพวกหนูจังคะ แหม…หยั่งกะฝาแฝดกันเลยนะคะ อย่างนี้ก็แสดงว่าพี่ๆพวกนั้นต้องหน้าเหมือนคุณแม่ด้วย แล้วคุณแม่ของพี่ๆก็ต้องหน้าเหมือนคุณแม่ของพวกหนูด้วยใช่ไหมคะ” ผู้เป็นพ่อชะงัก รอยยิ้มค่อยๆจางหายและสีหน้ากลับกลายมาเป็นการส่อแววกังวล ลูกสาวอีกคนหนึ่งพูดขึ้น “ทั้งหมดนี้นี่คุณพ่อหลอกกันเล่นใช่ไหมคะ” คำพูดนี้เขาไม่ได้ตั้งใจฟังเลย เพราะกำลังคิดอยู่กับตนเอง เมื่อรู้สึกตัวและพยายามตั้งใจฟัง คำพูดก็ได้ผ่านเลยไปแล้ว จึงได้แต่พึมพำกับตนเอง “นั่นสิ… พ่อก็เพิ่งคิดได้เดี๋ยวนี้นี่เอง”

สุดท้าย เมื่อฉันและครอบครัวของพวกเขาได้มาถึงบ้าน ก็เป็นเวลาเดียวกับที่เธอได้ตื่นขึ้นจากความหลับใหล ความฝันที่ยังคงค้างอยู่ในหัวเธอกำลังค่อยๆเลือนหายไป ร่องรอยสุดท้ายของความจำได้ก็คือเสียงของเขาที่บอกว่า พ่อมีความสุขเหลือเกินลูก.

วิธีพูด

สิงหาคม 10, 2009

Young Girl (Jeune fille)_ManRay

หรือเป็นบางสิ่งที่เราเห็นดีเห็นงามกับมัน บางสิ่ง สิ่งที่เราไม่ได้คิดอะไร แค่บางสิ่ง ไปเลย ความคิดนั้นมี แต่เราจะเทมันออกมายังไง วิธีพูดก็ทำได้ไม่ดีนักหรอก มันเร่งร้อนกันเกินไป รินหลั่งกันไปลวกๆ ถ้ามีคู่สนทนาที่ดีก็คงจะดี วิธีถามย้อนขัดเกลากันมันทำให้วิธีพูดดีขึ้นได้ คิดขึ้นแล้ว กลับไปตรึกตรองที่คิดแล้วเทออกมาใหม่