เธอไม่รู้ว่าใครที่เธอกำลังจะเป็นในอีกไม่ช้า
ตุลาคม 14, 2011
.
ทำไมฉันถึงยกแรมบรังด์ไว้เหนือกว่า วางไว้ที่อื่น แยกไว้ต่างหาก?
ไม่มีความเป็นเรียลลิสม์เลย: สิ่งที่เขาวาดคือผู้หญิงที่ซ่อนอยู่ภายใต้การปรากฏตัวของบัทเชบา เขาวาดการชั่วขณะของล่วงผ่านไว้อย่างแม่นยำ ชั่วขณะที่เป็นประตูสู่นิจนิรันดร ในชั่วขณะที่เป็นนิรันดร
เขาวาดผู้หญิงที่ถูกประทับไว้ด้วยจดหมาย ดึงออกมานอกตัวเธอ และผู้ที่เขาเรียกว่า – เราเรียกว่า – บัทเชบา
เขาวาดดวงใจอันบอบช้ำของบัทเชบา เขาวาดความเข้มข้นที่บางเบาและรวนเรไม่มั่นคง
แรมบรังด์วาดความลับ: ร่องรอยของสิ่งที่พ้นไปจากเรา: เขาวาดสิ่งที่หนีพ้นจากเราไปอยู่ตลอดมา: สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น และสิ่งที่ข้ามพ้นจากเราไปในทันใด ทิ่มแทงเรา พลิกคว่ำเราให้กลับหัวกลับหาง รอด – พ้นไปจากภาพเขียน พ้นไปจากความนึกคิด และทิ้งเราเอาไว้ที่นั่น ให้เราเหนื่อยหอบ ชะงักงัน ถูกบาดลึก เขาวาดร่างกายที่ยังเหลืออยู่ อาจจะเป็นผิวหนัง หรืออาจจะเป็นศพ
ภาพวาดคือสถานที่ของการล่วงผ่าน
.
และเพื่อที่จะวาดภาพนี้ เราจะต้องตาย
เขาวาดเหมือนเป็นคนตาย เหมือนกวี เป็นเหมือนคนตาย
เห็นไหมว่าทำไมฟาน ก็อกฮ์ ถึงแยกแรมบรังด์ไว้ต่างหาก วางเอาไว้ที่อื่น:
“– ลึกซึ้งเหลือเกิน ช่างเป็นความรู้สึกที่สูงส่งอะไรอย่างนี้นะ เราต้องตายไปอีกครั้งเล่าถึงจะวาดให้ได้อย่างนี้ ”
“แรมบรังด์ทะลุผ่านเข้าไปไกลเหลือเกิน ไปสู่ความลึกลับที่เขาบอกว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีภาษาใดสามารถถ่ายทอดออกมาได้ เราคงพูดถึงแรมบรังด์ได้แต่เพียงว่า: ผู้วิเศษ…. นี่เป็นงานศิลปะที่ไม่ง่ายเลย” (Correspondence, p. 123)
งานศิลปะของความตายนั้นไม่ง่าย มันหมายความว่าอย่างไร?
ลองยกตัวอย่าง: แรมบรังด์ไม่ได้วาดบัทเชบาด้วยความกระหายของแรงปรารถนา แต่เขาวาดด้วยความรักในมนุษย์และความมหัศจรรย์ของการมีชีวิตอยู่ ความพิศวงอย่างลึกซึ้ง ปีติที่ปราศจากความยิ่งใหญ่ จนเกือบเป็นศรัทธาอันแรงกล้าก่อนที่จะมาเป็นงานสร้างสรรค์ชิ้นนี้: การมีอยู่ของมนุษย์ ไม่มีอะไรสูงส่ง ไม่มีอะไรที่พิเศษ ความงดงามอันลุ่มลึกของความธรรมดา แล้วอะไรที่น่าอัศจรรย์: การเปลี่ยนรูปตามธรรมดา: คนเหล่านี้ถูกทำให้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เวลาหมุนไป และไม่ใช่เพียงแค่เวลา ทุกสิ่งวาดเราอยู่ไม่จบสิ้นจากข้างใน สายลมและสาส์นทั้งหมดมาเคาะยังประตูสู่หัวใจ และวาดขึ้นจากข้างในความทุกข์ทนอันร้อนรนกระวนกระวายที่เราเรียกว่าวิญญาณ (วิญญาณ, ความทนทานที่จะเจ็บปวด ซเวตาเยวากล่าว)
นั่นคือสิ่งที่เอ่อท้นอยู่ในบัทเชบา จดหมายที่หลั่งรินสู่ร่างกายของเธอ อวัยวะของเธอ สมองของเธอ และไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเธอ ใบหน้าของเธอ คิ้วของเธอ จากข้างใน
เธอฟังสิ่งนี้: การเปลี่ยนรูปในร่างกายเธอ มันยังใหม่อยู่ เคลื่อนไป ชั่วแล่น เธอไม่รู้ว่าใครที่เธอกำลังจะเป็นในอีกไม่ช้า
ข้ามพ้น
ข้ามพ้น, นักบุญมัทธิวก็ด้วยหรือ? ติดตรึง เงยหน้าขึ้น รอฟัง
เขาวาดให้เราเปลี่ยนการฟังตัวเองไป
แง่นึงเขาวาด
ความเงียบ
อันหนักหน่วง
ของบัทเชบา
อีกแง่นึงเขาวาดเสียงที่ทำให้เกิดเป็นการเขียน
– เสียง – จะวาดเสียงยังไง?
– ก็เราไม่เห็นเสียง
แรมบรังด์วาดเสียงที่เราไม่อาจเห็น
….วาดสิ่งที่เราไม่อาจเห็น
….เห็น?
….วาดสิ่งที่เปล่งเสียงอยู่ข้างใน…
………….คำนี้ ทูตสวรรค์
.
.
ฉันดูภาพ นักบุญมัทธิวและทูตสวรรค์ (Saint Matthew and the Angel)
ที่ฉันชอบคือ: ความใกล้เคียงกับการไม่เห็น
และมือที่วางบนไหล่ มือของเสียง เพราะความลึกลับของเสียงคือสิ่งนี้: นั่นคือมันที่สัมผัสเรา และทูตสวรรค์องค์นี้ก็ด้วยที่ชิดใกล้เข้ามาเหลือเกิน เป็นเนื้อหนังเหลือเกิน – องค์ที่มีเพียงหัวและมือเดียว (ร่างกาย…. เรานึกถึงมัน) ทูตสวรรค์, ฉันหมายถึงเสียง ร่างกายที่เป็น: “การยืนเขย่งบนปลายเท้า” มันคือความตึงเครียด ไปยังหูที่เรามุ่งไป
.
.
แรมบรังด์วาดสิ่งลี้ลับนี้ที่ทำให้ร่างกายเคลื่อนไป: สภาวะของการสร้าง การเขียน การนึกคิดนั้นดำรงอยู่ในสภาวะของการอคอยสิ่งที่ยังมาไม่ถึง แต่ป่าวร้องว่าตัวมันเป็น – การป่าวประกาศและสิ่งที่ใกล้เข้ามา – พลังแข็งที่แกร่งกว่าตัวฉันซึ่งเกิดขึ้นข้างหลังฉัน และ – ฉันเดาว่า – การวาดก็เหมือนกัน ที่มีทูตสวรรค์อยู่ตรงไหล่และดวงตาของคุณที่คอยฟังแต่มองไม่เห็น
.
นี่เป็นท่าทางเดียวกับภาพการครุ่นคำนึงของนักปรัชญา (Philosopher Meditating) นักปรัชญาคือ “การฟัง” เขาไม่ใช่อะไรอื่น แต่เป็นหู ทั้งหมดคือการได้ยิน เบือนหน้าจากแสงเพียงเล็กน้อย หันจากหนังสือ – และหันไปจากทรวงอก ดังนั้นจึงชี้ไปที่ปาก – หูที่ซ่อนเร้น….
“การครุ่นคำนึงของนักปรัชญา” คืออะไร?
เปลือกหอยอันหม่นมัว
การครุ่นคำนึงเกิดขึ้นที่ขั้นสุดท้ายของบันได
.
– Hélène Cixous, Bathsheba or Interior Bible
เหม่อลอย, เธอจ้องใจลอยไปจากเรา
กรกฎาคม 14, 2011
.
เธอไม่ได้มองมาทางเรา เธอคือคนเหล่านั้นที่จะไม่มองเรา ฉันต้องการจะบอกว่า: ผู้หญิงพวกนั้น บัทเชบา, มารี, เฮนดริกจฺไม่ได้มองมาทางเรา ไม่ได้สิ้นชีวิต (พูดอีกอย่างนึงคือ ฝัน พูดอีกอย่างได้ว่า จากไป) เพื่อที่จะมองดูเรา
พวกเธอถอนตัว พวกเธอจากไปอย่างช้าๆ ความนึกคิดพาพวกเธอไปยังที่ที่ไม่รู้จัก ไกลออกไป เราได้ยิน – อย่างแผ่วเบา – เสียงเพรียกจากที่ไกลแสนไกล –
และเรามองไปยังพวกเธอ เราเห็นความคิดกำลังกล่าวลา เราเห็นความคิด มันคือภาพพอร์ตเทรตของความคิดที่เป็นไปตามประสงค์ของแรมบรังด์ ความคิดไม่ใช่นักคิดที่นั่งครุ่นคิดอยู่อย่างหนักหน่วง มันผ่านไป อยู่ข้างใน ร้อนรนกระสับกระส่าย ร่อนเร่ไป มันเป็นคนอื่น คนแปลกหน้า
เขาวาดคนอื่น คนแปลกหน้าในตัวฉัน ในตัวคุณ
ทันใดนั้นเราได้กลายเป็นคนแปลกหน้า เป็นคนอื่นในตัวเราเอง เราแยกออกจากตัวเราเอง เราสูญเสียตัวเราไป จากการเห็นก็เช่นกัน
เขาวาด เขาคว้าจุดของการจากลา โมงยามที่ชะตากรรมได้คลาดไปจากสายตาเรา
ทุกสิ่งดูเหมือนคุ้นเคย แต่ความแปลกหน้าก็ได้เอ่อท้นขึ้นในดวงตาเรา เหมือนน้ำตา มันคือเธอคนนั้นที่จากไปแล้ว เธอคนที่ชื่อว่าบัทเชบา แต่ร่างกายยังอยู่ นั่นเป็นร่างกายมากกว่า มีเลือดเนื้อมากกว่า ซึ่งหนักกว่าร่างที่อยู่ตรงนี้ ตอนนี้เธอ – บัทเชบาอยู่ที่อื่น
ใบหน้าคือการร่อนเร่เดินทางไป: อาณาจักรแห่งความเงียบอันไพศาลในภาพเขียน
.
หญิงเปลือยคนหนึ่งนึกตรึกตรอง “ร่างกายที่นึกคิด”
แง่หนึ่ง ความนึกคิดยิ่งขับเน้นความเปลือย: เปลือยการเปลือย เปลือยการไม่-คิด ไม่-ใส่ใจที่จะไม่-รักษาเอาไว้ มอบไว้ให้
(หญิงเปลือยคิดเรื่องอะไร – ชำเลืองหรือจ้องมองความสัมพันธ์แนบแน่นกับร่างกายของเธอเองที่ตลอดมาไม่เคยใส่ใจเลย เหมือนกับผ้าคลุมหน้า เมื่อใดที่ฉันเปลือยกาย ฉันจะไม่มองดูตัวเอง ฉันจะชำเลืองดูตามความเคยชิน ( – การชำเลืองมองของคนอื่น ของคุณ/ฉัน มองมาที่ฉัน) – แต่ไม่ บัทเชบาไม่ได้มองดูร่างกายเธอ เธอไม่ได้อยู่ตรงหน้าตัวเธอเอง เธอไม่ได้อยู่ตรงนี้ เธอจากไปแล้ว ไปอยู่หลังเปลือกตาของเธอ
อีกแง่หนึ่ง คนที่นึกคิดอยู่ข้างหน้าเราได้ทอดทิ้งเราไว้: เราคลาดจากเธอแค่นิดเดียว เธอคนที่ (มีอยู่ตรงนี้แค่น้อยนิด) หายไป
เหม่อลอย, เธอจ้องใจลอยไปจากเรา
“เขาไม่ได้เขียนภาพที่มีประเด็นสำคัญทางประวัติศาสตร์ (ที่พูดถึงกันในสมัยนั้น) เขาวาดความคิด…” (Roger de Piles, 1699, Paris)
เขาวาดความนึกคิด การหายไปจากร่างกายนี้ การบอกลาด้วยวิญญาณซึ่งละทิ้งร่างกายที่เงียบร้างเหมือนสุสาน เราคิดว่า: เราจากลากันเป็นครั้งสุดท้าย
.
– Hélène Cixous, Bathsheba or Interior Bible
บัทเชบา – ผู้หญิงคนนี้เธอจะไม่ลุกชูชัน
มิถุนายน 17, 2011
.
ดูสิว่า มีองศาไหนที่ไม่เกี่ยวกับ ‘การเปลือย’
ฉันต้องการสาส์นลับจากเธอ
หญิงเปลือยคนนี้ไม่ได้เปลือย
เธอไม่ได้ถูกทำ – ไม่ได้ถูกวาด – ให้เปลือย เป็นเธอแน่นอน – บัทเชบา เธอที่เราเห็น เธอที่เราไม่ควรได้เห็น เธอผู้ถูกรับรู้ว่ามี จากที่แสนไกล
เธอคนที่เราเห็นไม่ใช่วัตถุของมนุษย์
ไม่ใช่วัตถุแห่งความปรารถนาและเหตุฆาตกรรม
ที่จริงแล้วเธอคือบัทเชบา
การเปลือยที่ไม่เปลือย ไม่ได้เปิดเปลือย ไม่ได้เปลือยเปล่า แต่เป็นลักษณะเฉพาะของความพิสุทธิ์
บัทเชบาโดยสมบูรณ์ ไม่มีผู้ชาย เรามองว่าเธอเป็น ‘ดาวิดกับนางบัทเชบา’ ไปได้ไหม? (ชื่อบัทเชบาทำให้เรานึกถึงดาวิด – แต่ไม่ใช่สำหรับผู้หญิงคนนี้ คนที่นั่งอยู่ที่นี่ ไม่เลย)
(ฉันพูดถึงความดำมืดและที่ไม่ใช่: สีดำ ความดำมืดที่ไม่ใช่สีดำ มันเป็นสีแดงในเฉดเข้มที่สุด เลือดลึกลับของสีแดง มีสีดำอยู่หลายสี… มีถึงยี่สิบสี่, พวกเขาว่าอย่างนั้น)
ฉันบอกว่า “ไม่มีผู้ชาย” ฉันหมายความว่าไม่มีผู้ชายที่ “มองเห็น” ได้ ฉันหมายถึงไม่มีผู้ชายภายใน ข้างในตัวเธอ ไม่มี… การสอดใส่ ไม่มีการแข็งตัว ผู้หญิงคนนี้เธอจะไม่ลุกชูชัน
(แล้วแรมบรังด์ล่ะ? – อา! เพศของแรมบรังด์ – เพศของแรมบรังด์เป็นเมทริกซ์)
.
.
– Hélène Cixous, Bathsheba or Interior Bible
รอคอยจนรู้ว่าตาย
ธันวาคม 4, 2010
และเรายังคงรอต่อไป ผู้โดยสารที่ตกค้างอาจมาถึงอีกในไม่ช้า พวกเขาคงกำลังเร่งรุดมาสู่ เรือเที่ยวสุดท้ายกำลังเฝ้าคอย รอคอย—มันยาวนาน เป็นการไม่ไปถึง จนเกือบจะเป็นการกักขังให้เวียนวน กำลังถ่วงรั้งเอาไว้ เพื่อรั้งรออะไรบางอย่าง อะไรที่อาจไม่มีวันมาถึง เวลาที่ล่วงไป บางทีเราก็ลืมไปแล้วว่ากำลังรออะไรหรือใคร มีเพียงการรอ-ที่ตรึงเราไว้-ที่ทำให้รู้สึกว่าต้องรอ มันจึงยาวนาน แม้ความจริงมันจะยาวนาน แต่ระยะ-ไม่รู้ถึงปลายสิ้นสุด สิ่งที่อยู่ไกลลับตา มีแต่ระยะที่ทอดยาวออกไป กำลังไกลออกไป—เหลือเกิน-ก็เกือบจะเสมอกัน บางทีตอนนี้เมื่อกว่าจะรู้ได้มันก็ล่วงเลยไปแล้ว แล้วเรากำลังรออะไร รอสิ่งที่ล่วงไป กำลังทำเพื่อการรอที่ไม่มีขึ้นได้ เหลือแต่การกระทำที่อยู่กับที่ ไม่ไป เคลื่อนไหว ท่าทางคล้องจองที่น่ามองดู ยับยั้งเราเอาไว้ พวกเขาไม่ยอมปล่อยเรือ
จาก อีก-ฝั่ง
แสดงดู
พฤศจิกายน 12, 2010
คนเรือออกมาจากห้อง เราหันกลับมามองกันในเรือ สังเกตเห็นว่าพวกเขามีอยู่หลายคน คนเรือคนหนึ่งทำให้เห็นคนเรืออีกคนหนึ่ง ไม่น้อยเลย ออกมาจากจุดต่างๆของเรือ ยืนนิ่งแล้วเดินไป พวกเข้าเฝ้าคอยอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว ตอนนี้ก็แค่ออกมาแสดงให้เห็น ให้เรานับเพื่อจดจำเพื่อที่จะได้รู้เอาไว้ เรามองไปรอบๆเรือ มองดู พยายามเห็นให้หมด พวกเขาบางคนหายไป แต่แล้วก็เพิ่มขึ้นมา เราจ้องมองติดตาม แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เขาคนหนึ่งตะโกนออกไปนอกเรือ เสียงขานรับจากคนเรือในเรืออีกลำหนึ่ง เขาอยู่ในกิริยาเอกเขนก หากไม่สังเกตก็จะไม่เห็นเลย เรือดูเหมือนที่อยู่มากกว่ายานพาหนะ คนเรือและเรือต่างกลมกลืนกัน และมากไปกว่านั้น เหมือนว่าทั้งสองเป็นสิ่งเดียวกัน อะไรอย่างสัตว์ที่เป็นเรือ จะอย่างไรเราก็เป็นผู้โดยสาร เราต่างมองไปยังเรือรอบๆ คนเรือกระจายอยู่ตามลำเรือต่างๆ พวกเขาคุยกัน เงียบกัน แล้วพูดกันในเรื่องที่เราเข้าใจไม่ได้เลย ดูเหมือนพวกเขาจะพากันมองดูหญิงสาวในเรือ กระซิบกระซาบและโห่ร้อง เรื่องนี้มีความบันเทิง พวกเขาจึงย้อนกลับมาพูดอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากเสียงหัวเราะกระทั่งกลายมาเป็นความชินชา แต่ก็ยินดีที่จะอยู่กับเรื่องเดิมอีกต่อไป เราไม่เข้าใจเรื่องราวเหล่านี้เลยก็จริง แต่ไม่นานเราก็หมดสิ้นความสนใจ เราจึงหวนกลับมาคุยกันเอง
จาก อีก-ฝั่ง







